ประกาศปิดเว็บไซต์ไดอารี่คลับ
เส้นทางสายแมว
วันเกิด ครบ 37 ปี
Taiwan : Day05 - 06
Taiwan : Day04
Taiwan : Day03
Taiwan : Day02
Taiwan : Day01
ทำครัว กับ ตู้เสื้อผ้า
อัพเดทชีวิต 1 เดือนแรก ณ วังแมวใหม่
บ้านเสร็จแล้ว
โลกคู่ขนาน
อีกจุดที่พลิกผันชีวิต เรื่องบ้าน
เก็บตกทริปภูเก็ต จ้า
ทริป The Village Coconut Island จ. ภูเก็ต
บูธต้นมะนาว งานสัปดาห์หนังสือ
Next Trip.
อย่าเพิ่งลาออก
Korea Trip2014_Day 4-5
Korea Trip2014_Day3.2
Korea Trip2014_Day3.1
Korea Trip2014_Day2
เปิดร้านออนไลน์เล็ก ให้รวยใหญ่
Korea Trip2014_Day1
คลิป งาน Webpresso รวยด้วยอีคอมเมิร์ซ ขายของออนไลน์อย่างไรให้เวิร์ค
WEBPRESSO จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ “รวยด้วยอีคอมเมิร์ซ ขายของออนไลน์อย่างไรให้เวิร์ค! ” (ลงทะเบียนฟรี)
สุโขทัย 2 คืน
พาเพื่อนแอ่วเมืองแป้
2 วัน 1 คืน ทริปปราจีนบุรี กับแก๊งแมวโมโนโทน
36
สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
พักผ่อนสั้นๆ ณ สวนเมืองพร โคราช
คืนสู่เหย้า ครอบครัวแจ่มใส
พักผ่อนนานไปนิด
Nana is happy
ทริปอัมพวา กับ คุณนายเจง Day2
เกิดเป็นนาน่า มันไม่ง่าย
Nana twitter
Nana Facebook
Galsfin Shop
Galsfin Fanpage
Mail2Me






 

หัวข้อนี้จริงๆ คิดมานานแล้วว่าจะเขียนถึง แต่ก็คิดเยอะเพราะกลัวจะไปกระทบคนนั้นคนนี้ คิดอยู่ว่าจะเล่าในมุมไหนดีนะ สุดท้ายก็ขอเล่าในมุมของ "ตัวเอง" ละกันนะ  ถ้ามันเป็นประโยชน์กับใคร ก็ดีใจด้วย แต่ถ้าไปสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ใคร เราก็ขอโทษไว้ล่วงหน้า

มันเกิดจากปีหลังๆมานี้ หนังสือที่บูมเอามากๆ คือ หนังสือที่มักจะชวนให้ "ลาออก" หรือ หนังสือที่พาดหัวด้วยคำว่า "รวย" ง่ายๆ ชวนมาลงทุนอะไรสักอย่างเพื่อความมั่งคั่ง สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งถามว่ามันไม่ดีเหรอ? มันก็ดีในระดับนึง แต่เราเห็นหลายคนแล้วที่ อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ แล้วออกมาแบบไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีความระมัดระวัง เพราะไม่มี "ประสบการณ์"  สุดท้ายก็เจ็บตัว บางทีก็ไม่เจ็บคนเดียวด้วย พาคนอื่น ครอบครัวเจ็บไปด้วย  สุดท้ายก็จะมาโทษว่า "ทำในสิ่งที่รัก ไม่เห็นจะได้ดีเลย"

เราขอเล่าในมุมสำหรับคนประเภท "บ้างาน" อย่างเราละกันนะ  ถามว่า การลาออกมามีกิจการของตัวเองนั้น จู่ๆ ทำเลยได้ไหม?  ก็ได้ค่ะ แต่มันจะต่างกับคนที่เค้าเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะฉะนั้น อยากบอกว่า "อย่าเพิ่งลาออก" ถ้าคุณยังไม่พร้อมดังนี้

1. ไม่มีเงินเก็บ หรือ มีเงินเก็บต่ำกว่า 2 แสนบาท (บวกลบเอาตามธุรกิจที่คิดจะทำนะคะ)
2. ไม่มีหนี้ ภาระผูกพันอันใด หากยังต้อง ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเทอมลูก ค่าดูแลพ่อแม่ ขอให้คิดหน้าคิดหลังให้ดี
3. แบ่งเวลาไม่เป็น
4. อีโก้สูง ทำงานในบริษัทแล้วมีความคิดดูถูกผู้อื่น ว่าทำไม่ดี โง่ เจ้านายทำไมนั่งสบายได้เงินเยอะ


เราเองนั้นคิดเรื่องออกมามีกิจการของตัวเอง และ รับงานฟรีแลนซ์ มานานแล้วค่ะ (สิบปีได้) แต่เราจะเช็คตัวเองเสมอว่า เรายัง "ขาด" อะไรบ้าง ถ้าเราจะออกมาทำเอง ซึ่งสิ่งแรกที่เห็นคือ "ประสบการณ์" และโดยนิสัย เป็นคนไม่ชอบเสี่ยงทำอะไรที่ตัวเองไม่มั่นใจว่าทำได้ หรือไม่รู้เหนือ รู้ใต้

ตอนทำงานประจำ แม้ว่าเราจะประจำอยู่ในแผนก Online Marketing แต่ถ้าใครเคยร่วมงานกับเรา จะรู้ว่าเราไม่เคยเกี่ยงงาน แม้ว่างานนั้นจะเป็นงานจากแผนกอื่น หรือ ต้องแบ่งร่างไปช่วยโปรเจคอื่นๆ ของบริษัท ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายงานตัวเอง

เราทำเพื่อ "หาประสบการณ์" ค่ะ หากเราทำแต่งานแผนกเรา เราก็จะรู้แค่ส่วนของเรา แต่ถ้าเราอาสาไปช่วยแผนกอื่น เราจะเห็นธุรกิจของบริษัทในมุม "กว้าง"  เราจะรู้ระบบว่าแต่ละแผนกมีวิธีการทำงานอย่างไรกันบ้าง วิธีคิด ข้อควรระวัง

เช่น
เราอาสา วางโครงสร้างระบบภายในบริษัทในการส่งต่อข้อมูล และ Order สินค้าของบริษัท เพราะเราอยากรู้ว่า ทันทีที่มี Order จากลูกค้าเข้ามา มันต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง กว่าของจะจัดส่งไปหาลูกค้า

1. เราได้รู้ว่า การเงินมีขั้นตอนการเช็คยอดเงินลูกค้าอย่างไร ไม่ให้สับสน และ ผิดพลาด / กรณีที่เช็คยอดเงินแล้วไม่ตรง ต้องทำอย่างไรต่อ ติดต่อกับลูกค้าอย่างไร ต้องการหลักฐานอะไรบ้าง และติดต่อกับธนาคารอย่างไร

2. เราได้รู้ว่า ฝ่ายขาย มีการคิดโปรโมชั่นอย่างไร จัด Set สินค้าอย่างไรให้น่าสนใจ คำนวนราคาอย่างไร ทั้งเรื่องต้นทุนสินค้า ราคาที่ลดไม่ควรเกินกี่บาท

3. เราได้รู้ว่าฝ่ายคลังสินค้า มีวิธีจัดเก็บสินค้าแบ่งแยกอย่างไรให้จัดของได้ง่ายๆ แม้สินค้าจะมีหลายชนิด วิธีแพ็คของ วิธีจัด Order แต่ละ Order ไม่ให้ผิดพลาด วิธีเช็คของว่าถูกต้อง  หีบห่อ ต้นทุนเรื่องกล่อง ค่าจัดส่ง วิธีแก้ปัญหาเวลาของขาด หรือ สินค้าชำรุด

4. เราได้รู้ว่า เวลาลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อแจ้งปัญหาต่างๆ แต่ละปัญหาต้องแก้ไขอย่างไรให้ลูกค้า ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา

5. การสร้างแบรนด์ การทำการตลาด การคิดงานภายใต้คอนเซปของบริษัท ไม่ให้สะเปะสะปะ


นี่แค่คร่าวๆ กับสิ่งที่เราได้ จากการอาสาเข้าไปช่วยงานแผนกอื่น หลายคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่า ว้าย เรื่องพื้นๆ เอง ทำไมต้องเสียเวลาศึกษา  ถ้ามองเผินๆ มันจะพื้นๆ ค่ะ แต่ถ้าลงหน้างานจริงแล้ว ไม่พื้นแน่นอน นอกจากขั้นตอนแล้ว เรายังได้ประโยชน์จากผู้มีประสบการณ์แต่ละคนอย่างไม่รู้ตัว แนวคิดแบบเซลล์มองอะไรก่อน / ฝ่ายคลังเห็นอะไรสำคัญ / การเงินทำไมบางเรื่องต้องจุกจิก เอกสารต้องพร้อม

มาถึงเรื่องการแบ่งเวลา

ทำงานประจำไปด้วย เวลาทำงานคือ 8.00 - 18.00 น. โดยประมาณ เวลาที่เหลือของวันคือ หลัง 20.00 น. ถึงเที่ยงคืน ก็ราว 4 ชั่วโมง (ช่วงหกโมงถึงทุ่ม เผื่อเวลาเลิกงาน เดินทาง กินข้าว ตรงนี้ก็แล้วแต่ชีวิตของใคร ของมันนะ ว่าจะเหลือเวลาเท่าไหร่)

เราเอา 4 ชั่วโมงนั้นไปรับจ๊อบค่ะ งานเล็กๆ น้อยๆ ได้ค่าจ้างไม่สูงมากแต่กันส่วนนี้เป็นเงินเก็บเลย ทำมากได้เก็บมาก ทำน้อยได้เก็บน้อย ส่วนเงินเดือนเอาไว้ใช้จ่ายตามชีวิตปกติที่พึงมี  เราต้องบริหารเวลาให้เป็น  หากช่วงไหนไม่มีจ็อบ เอาเวลาไปศึกษาหาความรู้ หาข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม

ถามว่าหนักมั้ย? หนักนะ แต่เราไม่ได้มองชีวิตแค่วันนี้ เดือนนี้ เรามองยาวไปถึงวันที่เราจะออกมาทำกิจการเอง พอนึกว่า เงินเก็บยังมีเท่านี้อยู่เลย เราก็จะสู้ต่อไป ระหว่างนั้นก็หาข้อมูลเกี่ยวกับกิจการที่เราอยากทำ ว่ามันต้องใช้เงินประมาณไหน เตรียมเงินเท่าไหร่ เริ่มจากตรงไหนดี คร่าวๆ ไปก่อน เป็นแรงบันดาลใจค่ะ

ส่วนใครที่เริ่มกิจการตัวเอง หากยังไม่ชัวร์ก็ทำทั้งงานประจำ และกิจการไปก่อน ค่อยๆ ทำเล็กๆ ก่อนค่ะ สำรวจลู่ทาง ลองเชิงไปก่อน หากรายได้ดีเลี้ยงธุรกิจได้ให้รอดูสัก 1 ปี ว่านอกจากมันจะเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่มาดึงเงินส่วนอื่นในชีวิตเราเข้าไปโปะ มันจะสามารถมาเลี้ยงตัวเราและภาระหนี้สินของเราในตอนนี้ได้ไหม?

ถ้ายังไม่ได้ "อย่าเพิ่งลาออก"

***************************************************************

ส่วนตอนจะ "ลาออก" เราต้องสำรวจ "หนี้สิน" ของตัวเองให้ดี ไม่ใช่จู่ๆ บ้าบอ ลาออกมา รถก็ต้องผ่อน บ้านก็ต้องผ่อน มีหนี้อื่นอีก แล้วลาออกมาแล้ว สิ่งที่จะมาทำ การันตีได้เหรอว่าจะจ่ายหนี้ทั้งหมดได้?  แนะนำให้เคลียร์หนี้สินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ตัวเราเองคือ รอผ่อนรถหมดค่ะ กะเวลาเลยว่า รถจะใช้ได้ไปอีกกี่ปีต่อจากผ่อนคันนี้หมด ถึงจะมีวาระเปลี่ยนคันใหม่ เพราะฉะนั้นเราจะใช้คันนี้ไปอีก 5 ปี แล้วเอาเงินส่วนที่เคยใช้ผ่อนรถ มาเป็น "เงินเก็บ" / ภาระผ่อนบ้านต่อเดือนกี่บาท แล้วจ็อบที่รับอยู่ครอบคลุมหนี้ก้อนนี้ไหม?  ถ้าไม่ ต้องหางานเพิ่ม ให้รายได้คลุมตรงนี้ให้ได้ ที่สำคัญคือ ไม่ใช่หาได้แค่พอผ่อนต่อเดือน คุณต้องหาได้ล่วงหน้า 6 เดือน ถึง 1 ปี

เช่น สมมุติเราผ่อนบ้านเดือนละ 10,000 บาทถ้วน เราต้องหาจ๊อบ หรือ รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท หรือ เงินเก็บสำรอง 60,000 - 100,000 บาท ก่อนคิดจะลาออก และเงินส่วนนี้ต้องเป็น "คนละส่วน" กับที่จะนำมาสร้างกิจการนะคะ

***************************************************************
เงินเริ่มธุรกิจ ควรเป็นเงินเย็น ไม่ใช่เงินกู้ยืมมา หากต้องกู้ยืม ต้อง "น้อยที่สุด" เท่าที่จะน้อยได้
เพราะ ต่อให้คุณมั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่ทำจะไปได้ดี นั่นเป็นแค่มุมมอง ความมั่นใจของคุณ  แล้วเมื่อเริ่มกิจการคุณจะได้พบโลกแห่งความจริงว่า "คนอื่นๆ ไม่ได้คิดแบบคุณ หรือไม่ได้มองว่าสิ่งที่คุณทำมันเจ๋งอย่างที่คุณคิด"

หลายคนตาเป็นประกายวิ๊งๆ แบบ ชั้นต้องขายได้เท่านั้นเท่านี้ต่อเดือนแน่เลย ชั้นจะรวยเป็นล้านนนนน แต่ด้วยความมองไม่รอบด้าน ประสบการณ์ไม่มี สั่งของเท่าไหร่ถึงจะพอ เมื่อไหร่ควรจะขยายกิจการไม่รู้ เชื่อไหมว่า "นักธุรกิจหน้าใหม่" เกิดขึ้นทุกวันค่ะ แต่มีแค่ไม่ถึง 5% ที่ไปรอดจริงๆ

ที่เหลือ จมกองหนี้ บริหารเงินไม่เป็น บริหารสต๊อกไม่ได้  ขายล็อตแรกดีแล้วย่ามใจ ทุ่มเงินเพื่อหวังต่อยอดแบบเวอร์ๆ โดยไม่มองทิศทางตลาด เงินก็ไม่งอก แถมยังมีหนี้อีก

ที่พูดมาทั้งหมดนี่คือ ด้วยความเป็นห่วงนะคะ ไม่ได้จะมาอวดว่าตัวเองเก่งจัง ฉลาดจังด้วย เพราะทุกวันนี้ตัวเราเอง บางภาวะ ก็หืดขึ้นคอนะ มีบางช่วงที่มีปัญหา นอนร้องไห้ก็มี จนต้องสวดมนต์เรียกสมาธิ สติ อยู่ระยะหนึ่งเลย (สำหรับเรา การสวดมนต์คือการทำสมาธิอย่างหนึ่งค่ะ เวลาเราจดจ่อกับคำสวด สมาธิมันจะมา จิตเราจะนิ่งมาก ทำให้สมองปลอดโปร่ง)

ตัวเราเอง ออกมาแล้วเจอปัญหา เจออุปสรรคก็เยอะ และทุกครั้งที่เจอปัญหา เราก็จะห่วงคนอื่นค่ะ ว่า เฮ้ย!! นี่ขนาดเราเตรียมตัวโคตรพร้อมเลยนะ ยังขนาดนี้ แล้วคนที่เค้าโดดเข้ามาเลยแบบไม่ได้เตรียมพร้อมล่ะ เป็นไงล่ะเนี่ยยยยยย   ส่วนหนังสือที่คุณอ่านๆ กันน่ะ  เช็คให้ดีๆ นะ "คนเขียนส่วนใหญ่" บ้านเค้ารวยกันอยู่แล้วววว พ่อแม่เค้านามสกุลดัง มีชื่อเสียง หรือ ตำแหน่งหน้าที่การงานพ่อแม่เค้าใหญ่โต ลูกเค้าถึงทำอะไรอย่างนั้นได้  แล้วเราตาสี ตาสา ไปอ่านชีวิตเค้า ก็เอาแค่เป็นข้อมูล อย่าหึกเหิมขนาดทำอะไรไม่ดูตาม้า ตาเรือ ล่ะ

ปล. สิ่งที่บอกทั้งหมดนี้เป็น ตรรกะแบบ แมวๆ นะคะ ไม่ต้องไปอิงหรือเปรียบเทียบกับตำรา นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ที่ไหน 5555


นึกไม่ออกแล้วว่าจะเล่าไรอีก ไว้คิดออกจะมาเขียนหน้าอื่นๆ เพิ่มละกันเน้อะ

หนูนาก๋ากั่น รายงาน

     Share

<< Korea Trip2014_Day 4-5Next Trip. >>

Posted on Fri 26 Sep 2014 17:36
ขอบคุณพี่นาน่าค่ะ อ่านแล้วทำให้คิดได้รอบคอบและวางแผนดีขึ้นค่ะ อืม โดนใจตรงต้องเคลียร์หนี้สินให้เรียบร้อยก่อน 55
Habeebee   
Thu 23 Oct 2014 17:43 [9]

เขียนดีมากเลยค่ะ ...มีความคิดที่จะลาออกเหมือนกันค่ะ คิดๆๆ และวางแผนมาหลายปีเหมือนที่คุณนาน่าพูดไว้เลย เขียนเป็นหนังสือออกมานะค่ะ จะติดตามผลงานค่ะ
แฟนไดค่ะ   
Mon 6 Oct 2014 21:05 [8]

เพิ่งได่มาอ่าน เป็นประโยชน์มากงั้บ

ขอบคุณค้าบ
น้องสาว em   
Mon 6 Oct 2014 14:07 [7]

ตอนนี้ทำธุรกิจของตัวเองเหมือนกันเลยคะ อ่านบทความของคุณนาน่าแล้วตรงใจมาก จะขอแชร์ได้มั้ยคะ มันโดนมาก ๆ คะ
แอม   
Sat 27 Sep 2014 1:58 [6]

ตอนนี้ทำธุรกิจของตัวเองเหมือนกันเลยคะ อ่านบทความของคุณนาน่าแล้วตรงใจมาก จะขอแชร์ได้มั้ยคะ มันโดนมาก ๆ คะ
แอม   
Sat 27 Sep 2014 1:58 [5]

นาน่าโซคูลลล
naiart   
Fri 26 Sep 2014 21:32 [4]

มีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่แชร์ประสบการณ์ ชอบอ่านแนวคิดของคุณนาน่ามากๆค่ะ
amie   
Fri 26 Sep 2014 19:48 [3]

เห็นด้วยค่ะ ชอบมุมมองพี่นาน่าค่ะ
amp   
Fri 26 Sep 2014 18:26 [2]

นาน่าเขียนดีมากเลย ขอให้มีคนมาอ่านไดหน้านี้กันเยอะๆ จะได้อะไรหลายอย่าง

สรุป นาน่าน่ารักเหมือนเดิม
กีบ   
Fri 26 Sep 2014 18:12 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh