หน้านี้ เรียกว่าเป็นหน้าระบายชีวิตส่วนตัวแบบ 100% เลยก็ว่าได้ คิดมาในระดับหนึ่งแล้วว่า สามารถเล่าในพื้นที่สาธารณะได้ เพราะคนที่จะพูดถึงในหน้านี้ เค้าไม่ได้อยู่ในชีวิตเราอีกต่อไปแล้ว ทั้งจากตาย และ จากเป็น
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ครอบครัวของพี่สาวเข้ามากรุงเทพ เราก็เลยเข้าไปบ้านที่บึงกุ่ม ก็ตามประสา นั่งอัพเดทข่าวคราวของกันและกัน แล้วก็คนอื่นๆ ทั้งเครือญาติ และคนรู้จักที่อยู่ทางแพร่ แล้วเราก็ถามถึง
"เดีย" ว่าเป็นยังไงบ้าง?
คำตอบที่ได้รับคือ
"ตายไปหลายปีแล้ว" (-_-') ไม่มีใครบอก เพราะหลายคนคิดว่า ความสำคัญของเด็กคนนี้มันช่าง
"แผ่วเบา" สำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับเรา มันไม่ใช่แค่นั้น เค้าอาจจะไม่ได้สำคัญระดับเวอร์มาก แต่เค้าก็มีผลต่อจิตใจเราพอสมควร
เดีย ไม่ใช่ญาติโดยสายเลือด แต่ก็เหมือนๆ ญาติ เพราะแม่เค้าเป็นเด็กที่แม่เรารับมาเลี้ยงดู ด้วยความจิตเมตตา เนื่องจากแม่เรา เป็นพยาบาล แล้ววันหนึ่ง เจอเด็กๆ 4 คนที่โรงพยาบาล แล้วได้รู้ว่า เด็กๆ พวกนี้กำพร้าเพราะแม่เสีย และไม่มีพ่อ หากไม่มีคนสนับสนุน ก็คงไม่ได้เรียนหนังสือ
แม่ก็เลยตัดสินใจรับ 4 คนนี้มาอุปการะ โดยให้มาอยู่ที่บ้าน ส่งเรียนหนังสือทุกคน โดยให้ช่วยดูแลบ้าน และ เรา (รวมถึงพี่ๆ เราด้วย) พวกเราก็เลยสนิทกัน เหมือนเป็นพี่ เป็นน้องกัน แล้วเดีย ก็เป็นลูกชายของพี่คนโต เรียกย่อๆ ว่าพี่ ซ. ละกันนะ
เราจำไม่ได้ว่าเรากับเดีย ห่างกันกี่ปี แต่เราก็โตพอที่จะเป็นคนสอนเค้าขี่จักรยาน และ ช่วยเลี้ยงบ้างตอนเดียยังเด็ก เราชอบเค้าตรงที่ เป็นเด็กที่เข้มแข็งดี ปั่นจักรยานล้มหน้าคะมำ ทีแรกก็ตกใจ กะว่าร้องไห้หนักแน่ๆ แต่กลายเป็นว่า เด็กคนนี้เงยหน้ามา แล้ว หัวเราะ สนุกสนาน... เหตุการณ์นั้นเลยทำให้เราเอ็นดูเด็กคนนี้มากกว่า น้องๆ ตัวเล็กๆ คนอื่นๆ
แล้วเดียเอง ก็ดูเหมือนจะไว้ใจเรา และ เชื่อฟังเรามาก (ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน) พอโตขึ้นมาหน่อยเรียนประถม ปรากฎว่าเดียไปมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียน ด้วยความที่เป็นเด็กผู้ชายตัวใหญ่ ทำให้ต่อยแบบได้เปรียบ แล้วเดียก็มาเล่าให้เราฟัง ทำท่าภูมิใจ จนเราต้องปราม และสอนว่า ไม่ควร เพราะมันไม่ได้แสดงว่าเราเก่ง และมันไม่ใช่เรื่องจะเอามาคุยโอ้อวดกัน เดียก็เชื่อฟัง ....
เวลาผ่านไป เราก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ กลับบ้านปีละ 2 ครั้ง ได้เจอกันทุกครั้ง เค้าจะมาหาด้วยความดีใจ มากอดเราเสมอ มาเล่านั่น เล่านี่ให้ฟัง .... และเวลาผ่านไป พี่ ซ. แม่ของเดีย มีลูกสาวเพิ่มมาอีกคน ซึ่งอายุห่างจากเดียมากพอสมควร และ พี่ ซ. ก็แสดงออกว่ารักลูกสาวมากกว่า ทุกครั้งที่มาบ้านเรา เราจะเห็นพี่ ซ. โอ๋น้องคนเล็ก และ หาเรื่องจิกด่าเดียต่อหน้าคนอื่นๆ เสมอ และหลายครั้งที่ น้องคนเล็ก ก็ก้าวร้าวใส่เดีย แบบที่ไม่เห็นว่าเดียคือ พี่ เลย ... เรายอมรับว่าเราไม่ชอบใจ เราสงสารเดีย แต่เรา ณ ขณะนั้นก็ยังเด็กเกินไปที่จะไปทำอะไรได้ เราเป็นคนนอก
เวลาผ่านไปอีก ... ก็ได้ข่าวใหม่ จากทางบ้าน ว่า เดีย.... เด็กผู้ชายตัวโต หุ่นล่ำ ระดับนักมวย ได้เติบโตมาเป็น ....... "กะเทย" (-_-')...... ก็ช็อค ไปพอสมควร มันไม่มีตรงไหนเลยที่มีแววว่าจะโตมาเป็นกะเทย อ่ะนะ หุ่นก็ไม่ให้ หน้าก็ไม่ให้ ไม่มีอะไรให้เล้ยยยยยยยยย .... จนได้กลับไปเห็นด้วยตาตัวเอง ก็แบบ... ฮ๊า!!!! อะไรเนี่ย
หลังจากนั้นเราก็ได้ข่าวเค้ามาเรื่อยๆ ซึ่งไม่เคยเป็นข่าวด้านดีเลยแม้แต่น้อย เค้าเป็นกะเทยแหกโค้ง เที่ยว ติดเพื่อน และ ออกจากบ้าน ... ครั้งสุดท้ายที่เราเห็นเค้า เรายืนอยู่ริมถนน แล้วเค้าขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านหน้าไป ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น และขี่มอไซค์แบบ หนีบขา แบบที่ผู้หญิงเค้าทำกัน ...มันช่างขัดลูกกะตาจริงๆ เหอะค่ะ แต่ทั้งหลาย ทั้งปวง เราเข้าใจนะ ว่าทำไมเค้ากลายเป็นแบบนี้ เราก็เคยเป็นเด็กแหกโค้งมาก่อน... วัยเท่านี้มันแยกแยะได้ไม่หมดหรอก อย่างเรายังมีคนในครอบครัวคอยดึงกลับมา ... แต่นี่เดีย ไม่มีใครเลย
เราไม่เคยต่อว่า ไม่เคยถามเค้า ว่าเหตุใด เค้าจึงกลายมาเป็นเช่นนี้ .... การเป็นกะเทย ไม่ใช่อะไรที่น่ากลัวสำหรับเรา เพราะถ้าเราไปบังคับให้เค้าแต่งเป็นชาย กลับมาเป็นชาย แล้วเค้าไม่มีความสุขในชีวิตเค้า มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเน๊อะ
แล้วเราก็อยู่กรุงเทพนานขึ้นๆๆๆๆ จนแทบจะไม่ได้กลับแพร่ ประกอบกับตั้งแต่แม่เราเสียไป เรามีเรื่องบาดหมางกับ พี่ ซ. แม่ของเดีย ขั้นรุนแรงมาก ซึ่งขอเล่าแบบไม่ปิดเลยคือ ก่อนแม่เราจะเสีย แม่เราให้เค้ายืมเงินก้อนหนึ่ง และให้ผ่อนคืนทุกเดือน โดยทุกครั้งที่คืน แม่จะให้เซ็นใส่สมุดไว้ ว่าคืนมาเท่านี้ เหลืออีกเท่านี้นะ .... ซึ่งยังผ่อนไม่หมด แม่เราก็เสียไปซะก่อน .....
ซึ่งพอแม่เราเสีย ...เราก็ไม่ได้หวังให้เค้ามากตัญญูอะไรแม่เราหรอกนะ แต่เป็นหนี้ก็ต้องคืน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พี่ ซ. กลับไปบอกคนอื่นๆ ว่า คืนเงินแม่เราหมดแล้ว และ แม่เรา
"โกง" โดยการเขียนใส่สมุดว่าเค้าคืนยังไม่หมด ซึ่งหนี้ก้อนนี้ ถ้าเล็กน้อยเราจะไม่ว่า แต่มันเยอะอ่ะค่ะ ... กว่าจะตบตีให้ยอมรับว่ายังจ่ายไม่หมด ก็เหนื่อยและเสียความรู้สึกมาก ...... ที่เสียความรู้สึกไม่ใช่เรื่องตัวเงิน แต่เป็นที่เค้าเที่ยวพูดว่าแม่เราโกง นี่แหละ
หลังเรื่องนี้ทำให้เราสาปส่งพี่ ซ. ไปเลย และทำให้เราไม่ได้เจอเดียอีกเลย และครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเรื่องเดีย คือ
"ติดเอดส์" แต่ตอนนั้นคนเล่า เล่าแบบผ่านๆ เราก็ไม่แน่ใจว่ามันแค่ชาวบ้านเม้าท์กันหรือเปล่า แต่ข่าวครั้งนี้ที่ได้รับว่าเค้าจากไปแล้ว ทำให้รู้ว่า มันจริง.... ยอมรับว่าสะเทือนใจ มันพูดยาก เพราะชีวิตของเดีย มันเศร้าเสียจนบางทีก็รู้สึกว่า การที่เค้าจากไปเร็วอย่างนี้ มันอาจจะดีกับเค้าแล้วก็ได้ .... แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกว่า เสียดาย ที่เค้าน่าจะมีโอกาส
"ได้ดี" ให้คนอื่นๆ ที่เคยด่าเค้า ได้เสียใจที่เคยดูถูกเค้าบ้าง
กว่าเราจะโต มีศักยภาพพอที่จะดึงเค้าออกมาจากตรงนั้น มันก็ไม่ทันแล้วจริงๆ .....
ยังจำรอยยิ้ม กับ การโผเข้ากอดเรา แล้วพูดขอข้าวของ เดียอยากได้อันนั้น เดียอยากได้อันนี้ เราเคยบอกเค้าว่า ถ้าวันหน้าพี่ทำงานมีเงิน พี่จะซื้อให้นะ ..... แต่แล้วพี่ก็ไม่ได้ทำ ทั้งๆที่จริงๆ ก็ทำได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ ...
หน้านี้อยากเขียนถึง เพราะรู้สึกว่า ชีวิตเดีย ... เมื่อเค้าจากไป ...มันมีคนจดจำได้น้อยเหลือเกินอยากให้รู้ว่า เราจดจำเค้านะ และ เราขอโทษที่ไม่ได้ทำให้ตามที่เคยสัญญากับเค้า ขอให้เดีย ไปอยู่ในที่ที่ดี หากได้เกิดใหม่ ก็ขอให้เกิดมาในที่ที่ดี ครอบครัวที่ดีนะ** เป็นอีกครั้งแล้วสินะ ที่มันสายเกินไป และเราต้องมานั่งเสียดาย ที่ไม่ได้ทำอะไรให้ใครสักคนที่เราตั้งใจจะทำให้ ***
หนูนาก๋ากั่น รายงาน